ปฏิทินad61

น้องๆคงเคยได้ยินคำว่า “เอ็นทรานซ์ 4.0”  กันบ่อยๆแล้วใช่มั้ยครับ  แต่ก็ยังสงสัยและไม่แน่ใจ   วันนี้พี่แม็คจะมาขออธิบายแบบเคลียร์ๆ ให้หายข้องใจกันไปเลยเกี่ยวกับเอนทรานซ์ 4.0 

งง

เอนทรานซ์ 4.0 คือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานของการสอบเอนทรานซ์กับการแอดมิชชั่นเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ระบบการรับตรงกลาง” โดยระบบใหม่จะมีข้อสอบกลางที่ใช้ร่วมกันทั่วประเทศ GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ, O-NET และการสอบวิชาเฉพาะความถนัดแพทย์ ซึ่งทางสทศ. จะเป็นผู้ดูแล โดยจะจัดสอบหลังจบม.6 ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน จากนั้นเมื่อทราบผลคะแนนแล้ว จะเปิดรับสมัครเลือกสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียนได้ 4 อันดับ เมื่อทราบผลแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะแจ้งผลการคัดเลือกกลับมาที่ส่วนกลาง เพื่อเข้าสู่ระบบเคลียริ่งเฮาส์ ซึ่งจะเปิดให้ยื่น 2 รอบ และจะมีการแบ่งออกเป็น 5  ช่วง ดังนี้

ปฏิทินad61

แล้วข้อสอบกลางคืออะไร?

ข้อสอบกลาง คือ  ข้อสอบ GAT/PAT, ข้อสอบ 9 วิชาสามัญ, ข้อสอบ O-NET และการสอบวิชาเฉพาะความถนัดแพทย์

onet

การสอบ O-NET คือ การทดสอบทางการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐาน โดยทาง สทศ.เป็นผู้จัดให้มีการสอบ โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะใช้คะแนน O-NET เพื่อประกอบการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในระบบ Admission ประมาณ 30%  โดยข้อสอบ O-NET จะประกอบด้วยข้อสอบ 5 วิชา ดังนี้

  1.วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวนข้อสอบมี 90 ข้อ ประกอบด้วย 2 รูปแบบ

  1.รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ จำนวน 80 ข้อ

  2.รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 2 คำตอบ จำนวน 10 ข้อ

           2.วิชาภาษาไทย จำนวนข้อสอบมี 80 ข้อ ประกอบด้วย 2 รูปแบบ

  1.รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ จำนวน 70 ข้อ

  2.รูปแบบเลือกคำตอบจากหมวดที่สัมพันธ์กัน จำนวน 10 ข้อ

           3.วิชาภาษาอังกฤษ จำนวนข้อสอบมี 80 ข้อ ประกอบด้วย 1 รูปแบบ คือ รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ

           4.วิชาคณิตศาสตร์ จำนวนข้อสอบมี 40 ข้อ ประกอบด้วย 2 รูปแบบ

  1.รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ จำนวน 32 ข้อ

  2.รูปแบบระบายคำตอบที่เป็นค่า/ตัวเลข จำนวน 8 ข้อ

            5.วิชาวิทยาศาสตร์ จำนวนข้อสอบมี 90 ข้อ ประกอบด้วย 2 รูปแบบ

  1.รูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ

  2.รูปแบบปรนัยหลายตัวเลือก มากกว่า 1 คำตอบ จำนวน 10 ข้อ

gat-pat

GAT คือ การทดสอบความถนัดทั่วไป เพื่อเป็นการวัดความรู้หรือศักยภาพการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แบ่งเป็น 2 ส่วน

  1.ความรู้ความสามารถในการอ่าน เขียน วิเคราะห์ แก้ปัญหา คะแนนเต็ม 150 คะแนน

  2.ความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ จำนวนข้อสอบ 60 ข้อ คะแนนเต็ม 150 คะแนน

PAT คือ ความรู้และความถนัดทางด้านวิชาการและวิชาชีพ มีทั้งหมด 7 ประเภท

  1. PAT1 ความถนัดทางด้านคณิตศาสตร์ จำนวน 45 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  2. PAT2 ความถนัดทางด้านวิทยาศาสตร์ จำนวน 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  3. PAT3 ความถนัดทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 70 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  4. PAT4 ความถนัดทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จำนวน 33 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  5. PAT5 ความถนัดทางด้านวิชาชีพครู จำนวน 120 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  6. PAT6 ความถนัดทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
  7. PAT7 ความถนัดทางด้านภาษาต่างประเทศ (ฝรั่งเศส,เยอรมัน,ญี่ปุ่น,จีน,อาหรับ,บาหลี) จำนวน 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300 คะแนน

    ซึ่งผู้สอบสามารถนำผลคะแนนสอบที่ได้ไปใช้สำหรับการคัดเลือกเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในระบบ Admission และสามารถนำผลคะแนนสอบที่ได้ไปยื่นเพื่อศึกษาต่อในระบบรับตรง (ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย) ได้เช่นเดียวกัน

    คะแนน GAT/PAT จะมีอายุ 2 ปี

    9วิชา

    การสอบ 9 วิชาสามัญ คือ การจัดสอบที่ต้องการแก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะเมื่อก่อนถ้าต้องการเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ต้องไปสอบที่มหาวิทยาลัยนั้น เช่น อยากเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ต้องเดินทางไปสอบที่จังหวัดเชียงใหม่ อยากเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ต้องเดินทางไปที่จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบเอง จึงมองเป็นปัญหาที่ทำให้เหนื่อย และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง จึงได้ตั้งโครงการสอบ 9 วิชาสามัญขึ้นมา เพื่อเป็นการสอบสนามกลาง ที่สามารถเอาคะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทุกแห่งที่เข้าร่วมโครงการ จึงทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดความเหนื่อยล้า

    9 วิชาสามัญ จะสอบ 9 วิชา ดังนี้

       1.วิชาภาษาไทย

       2.วิชาคณิตศาสตร์ 1 (สำหรับนักเรียนสายวิทย์)

       3.วิชาคณิตศาสตร์ 2 (สำหรับนักเรียนสายศิลป์)

       4.วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

       5.วิชาฟิสิกส์

       6.วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป (สำหรับนักเรียนสายศิลป์)

       7.วิชาภาษาอังกฤษ

       8.วิชาเคมี

       9.วิชาชีววิทยา

    เนื้อหาของวิชาที่จะสอบ จะเป็นเนื้อหาระดับมัธยมปลายทั้งหมด แต่จะเข้มข้นและยากกว่าการสอบ O-NET ซึ่งนักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา เพราะสามารถเลือกสอบได้ โดยดูจากคณะที่เราสนใจว่า ทางคณะจะใช้คะแนนวิชาอะไรบ้าง นักเรียนก็เลือกสอบตามวิชานั้นๆได้เลย ทาง สทศ. จะเป็นผู้ดูแลการจัดสอบนี้เอง

    Clearing House (เคลียริ่งเฮ้าส์) คือ ระบบที่ใช้ยืนยันสิทธิ์รับตรงร่วมกันของมหาวิทยาลัย หรือเรียกสั้นๆว่า “ระบบเคลียคนกั๊กที่เรียน” เพราะก่อนที่จะมีระบบนี้ ในการรับตรงคนที่ทุนทรัพย์เยอะก็จะตระเวนสอบเรื่อยๆ พอสอบติดก็จะยืนยันสิทธิ์ไว้ก่อน แล้วค่อยมาเลือกทีหลังว่าจะเรียนที่ไหน ซึ่งจะทำให้เกิดการกั๊กที่เรียนและทางมหาวิทยาลัยก็จะไม่ทราบจำนวนนักศึกษาที่จะเข้าศึกษาว่าจะมีกี่คน จึงทำให้มีการตั้งระบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้นักศึกษาเข้ามายืนยันสิทธิ์ แต่จะมีช่วงเปิดให้ยืนยันสิทธิ์ ฉะนั้นก่อนที่จะเปิดระบบ น้องๆก็สามารถสอบได้ทุกมหาวิทยาลัยที่น้องๆต้องการเข้าศึกษา เมื่อน้องสอบได้น้องก็ถือสิทธิ์นั้นไว้ก่อน และเมื่อช่วงเปิดระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ น้องถึงจะยืนยันสิทธิ์ได้ แต่ไม่ว่าน้องจะสอบติดกี่ที่ น้องมีสิทธิ์ยืนยันได้เพียง 1 มหาวิทยาลัยเท่านั้น พอน้องยืนยันสิทธิ์แล้ว น้องก็จะโดนตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นทันที ซึ่งระบบนี้จะทราบได้ชัดเจนว่ามีจำนวนนักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาต่อจำนวนเท่าไรแล้ว และต้องการรับเพิ่มอีกเท่าไรในช่วงของแอดมิชชั่น โดยระบบเคลียริ่งเฮ้าส์จะเปิด 2 รอบ

                    เกณฑ์ในการยื่นคะแนน

    1. GPAX
    2. คะแนน O-NET
    3. GAT/PAT
    4. 9 วิชาสามัญ

ข้อดีของเอนทรานซ์ 4.0 คือ ไม่ต้องวิ่งสอบหลายคณะหลายมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาเดียวกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ปกครองในการสอบ ลดความวิตกกังวลว่าจะพลาดโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยดีๆที่ฝันไว้ แถมมีเวลาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น

ข้อเสียคือ เอนทรานซ์ 4.0 เปิดสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น