ครอบครัว

6. สนับสนุนให้ลูกกล้าฝัน

พ่อแม่ที่ดีควรคอยกระตุ้นให้ลูกกล้าที่จะฝัน  ไม่ว่าความฝันนั้นจะหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือความฝันจะทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นและกระตุ้นให้พวกเขาอยากเรียนรู้ ความฝันของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตามอายุ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเป้าหมายในชีวิตต้องค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ ช่วยลูกตามหาความฝัน เพราะนั่นจะทำให้ลูกรู้ทิศทางแล้วเป้าหมายของชีวิต เด็กบางคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร นั่นเป็นเพราะความคิดพวกเขาถูกจำกัดอยู่

7. แนะนำด้วยคำถาม

การบอกให้เด็กทำนู่นทำนี่โดยตรงยิ่งจะทำให้เด็กสร้างกำแพง และไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูด การจะทำให้เด็กยอมรับในสิ่งที่คุณแนะนำ คุณควรให้พวกเขาได้บอกความรู้สึกตัวเอง และชี้แนะหนทางให้เขา เราต้องถามคำถามที่กระตุ้นให้เด็กคิดถึงผลของการกระทำ เช่น “ลูกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกทำอย่างนั้น?” “แทนที่จะทำอย่างนั้น ลูกทำอะไรแทนได้บ้าง?” ฯลฯ คำถามปลายเปิดเช่นนี้จะสนับสนุนให้เด็กได้รู้จักคิดแก้ปัญหา และสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเขาเมื่อเขาสามารถแก้ปัญหาได้เอง

8. เปลี่ยนวิธีถ้าไม่ได้ผล

คุณอาจจะพร่ำบ่นเรื่องลูกไม่เรียนหนังสือมาห้าปี แต่ก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น อย่าเพิ่งคิดโทษตัวเอง แต่ลองมาพิจารณาว่าทำไมวิธีนี้จึงไม่ได้ผล พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จรู้ว่า “ความล้มเหลว” เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และเป็นก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาหากวิธีที่คุณใช้อยู่ไม่ได้ผล สุดท้ายคุณก็จะเจอวิธีที่ใช่เอง.

9. อย่าคิดว่าตัวเองไม่ดี

เด็ก ๆ มักจำกัดตัวเองโดยการคิดว่า “ฉันแค่ขี้เกียจ” หรือ “ฉันไม่ฉลาดพอ” ฯลฯ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากความรู้สึกที่ว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมอะไรในชีวิตตัวเองได้สักอย่าง พวกเขาเชื่อว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวของพวกเขาขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก ถ้าลูกบอกคุณว่าวิชาคณิตศาสตร์ยาก และคุณคอยบอกลูกว่ามันง่าย ลูกก็จะรู้สึกว่าคุณไม่สนใจความรู้สึกหรือความคิดของเขา หรือแย่กว่านั้น อาจจะรู้สึกว่าตัวเองโง่ เพราะแก้โจทย์ง่าย ๆ ไม่ได้

10. รู้จักยืดหยุ่น

ผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้วิธีการสื่อสารแค่หนึ่งหรือสองวิธี นั่นคือการพูดดี ๆ หรือไม่ก็ใช้น้ำเสียงข่มขู่ เมื่อทั้งสองวิธีนี้ไม่ได้ผล พวกเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ การจะเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณต้องรู้จักผ่อนปรนและปรับเปลี่ยนวิธีรับมือให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่รู้จักผ่อนปรนและทำตัวเดาง่าย ลูกคุณก็จะกลายเป็นคนคุมเกม และความยืดหยุ่นของเด็ก (โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ) นี่เองที่ทำให้พวกเขาคุมพ่อแม่ได้อยู่หมัด

 กลับไปหน้า 1 >> คลิกที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.theasianparent.com