การสอน

โครงสร้างการออกแบบการเรียนการสอนนี้มาจากหนังสือ ชื่อ Understanding by Design, ของ Grant Wiggins and Jay McTighe และผมเห็นว่า “นี้เป็นเรื่องสำคัญมาก” ไม่ว่าท่านอาจารย์จะเป็นมืออาชีพระดับไหนก็ตาม เพราะโลกนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ “เสถียรภาพทางจิตใจ หรือ Mental stability” ของครูและนักเรียนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 1. Desired Results ผลลัพธ์ที่ต้องการจากการเรียนการสอน คือต้องการให้ผู้เรียน “มีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ?” ต้องทำดังนี้
1.1.ตั้งเป้าหมาย หรือ Goal ที่ต้องการเอาไว้ คือ เราต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจอย่างไร ในการสอนครั้งนี้ นั้นคือ “มีตัวชี้วัด Indicator” อะไรบ้าง ที่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นเป็น “ผลของการเรียน Result of Learning”

1.2.ด้านความเข้าใจ เรียกว่า Understanding ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจอย่างไร เรียกว่า Understanding ให้กำหนดออกมาเลยว่า ความเข้าใจ understandings และทัศนคติ attitudes ที่คุณครู,ผู้บริหารโรงเรียน,พ่อแม่ผู้ปกครอง,อยากให้ผู้เรียนมีคุณสมบัติตามต้องการนั้นเป็นอย่างไร กำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน

1.3.ด้านความรู้ และ ทักษะ Knowledge and skills ความรู้และทักษะ knowledge and skills ที่คุณครู,ผู้บริหาร,พ่อแม่ผู้ปกครอง กำหนดตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลที่เป็นจริงได้อย่างไร

ขั้นตอนที่ 2. เรื่องของการประเมิน Assessment Evidence จากหลักฐานที่เด่นชัด
2.1.การประเมินโดยตรง Direct Evidence
Assessment ต้องบอกให้ได้ว่า จะเอาอะไรเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ What will count as evidence of success? และ What are the key observable indicators of short- and long-term progress? จะรู้ได้จาก Indicator ตัวไหนว่านี้คือสิ่งชี้วัดที่เห็นๆกันทั้งระยะสั้น และระยะยาว ว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจจริงๆ

2.2.การประเมินทางอ้อม Indirect Evidence Assessment เช่น ข้อมูลต่างๆที่บันทึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียน ในการสอบ ในการค้นคว้า หรือในการปฏิบัติงานต่างๆ ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรายวิชา Information recorded to the changing needs of the students in the exam in researching or performing tasks. Meets the objectives of the course

ขั้นตอนที่ 3. ทำแผนการเรียนการสอน Action Plan ใช้ยุทธศาสตร์การสอน แบบ Cognitive Constructivist Approach ดังนี้
3.1. จะมีแผนการเรียนการสอน ระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นทำอย่างไร ระยะยาวทำอย่างไร ถ้าระยะสั้นไม่ประสบความสำเร็จ ระยะยาวจะทำอย่างไร และที่สำคัญมากๆ จะมีวิธีการใดหรือไม่ เช่น ทำบทเรียนโปรแกรม หรือ Programmed Instructionหรือ โปรแกรมสำหรับเรียนด้วยตนเอง ที่เรียกว่า Self Learning Programmed สำหรับผู้เรียนช้า และผู้เรียนที่สำนึกได้และกำลังคิดจะปรับตัว “คุณครูย่อมเป็นที่พึ่งได้เสมอ” เพราะจากประสบการณ์ การเป็นนักสังคมสงเคราะห์ในอดีตนั้น เราพบว่ามีวัยรุ่นที่คิดจะกลับตัวกลับใจ แต่ไม่รู้จะบากหน้าไปบอกใคร บอกพ่อแม่ก็กลัวถูกด่า ครูนี่แหละจะช่วยเติมช่องว่างให้ได้ ในการกระทำดังกล่าวนี้ให้คำนึงถึงหลักสูตร ,การประเมินผล ,การเรียน ,การสอน ,นโยบายการบริหาร  และความต้องการของผู้ปกครอง  และสังคมประกอบด้วย

3.2.คุณครูจะใช้กลยุทธ์ใด What strategies ในการ “จัดประสบการณ์การเรียนรู้ experience Learning” บทบาทของครู และบทบาทของนักเรียนจะเป็นเช่นไร ในสนามของการเรียนรู้ The role of the teacher and the student’s role will be like. In the field of learning..เลือกหาวิธีที่ดีที่สุด Find the best way

3.3. Who will be responsible? What resources will be needed?  ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และ “ทรัพยากรการเรียนรู้ หรือ Learning resources” มีอะไรบ้าง?..หาได้จากไหน?

สรุปบทบาทของครูผู้ประสบความสำเร็จ The role of successful teachers และ คุณครูผู้ที่กำลังจะประสบความสำเร็จ Stepping up to success นั้น ควรปฏิบัติ หรือ มีภารกิจ

3. ขั้นตอน เป็นปกติวิสัยแห่งวิชาชีพ Professional Habitually
ต่อจากนี้ไป เป็นการประยุกต์ หรือ Integrated การออกแบบการเรียนรู้ Backward Design กับ Constructivist Learning Design ให้เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเรียบร้อยแล้ว ดังนี้

 1. ออกแบบการสอน ด้วย Backward Design ตามหลักการ 3.ข้อดังกล่าวแล้ว

 2. ทำแผนการสอน หรือ Action Plan หรือ Learning Plan   โดยใช้ยุทธศาสตร์การสอน แบบ Cognitive Constructivist Approach คือ การเรียนรู้ “ปัญญานิยม”โดยการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้ดี เพราะ Backward Design เป็นการเรียนรู้แบบ Cognitivist Approach และ Child Centered หรือ Learner Centered เป็น Constructivist Approach ดังนั้น วิธีการเรียนการสอนแบบที่เรียกว่า Cognitive Constructivist Approach จึงเป็นการผสมผสานกันระหว่างสองทฤษฏีการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

3. เรียนรู้ด้วยวิธี Learning by Doing ตามยุทธศาสตร์ Cognitive Constructivist Approach คือ การเรียนรู้ “ปัญญานิยม”โดยการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  คือ หากต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ เรื่องของพฤติกรรมอันพึงประสงค์ การปรับเปลี่ยน และการแก้ไขพฤติกรรม ก็ใช้วิธี Behavioral Constructivist Approach ตามวิธีการของ B.F.Skinner นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ซึ่งอาจใช้วิชาลูกเสือ วิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรม เป็น “ฐานการเรียนรู้ Learning Based” ก็จะเป็นการดีที่สุด  หากต้องการเนียนรู้ด้านวิชาการ ก็ใช้วิธี Academic Constructivist Approach ใช้หนังสือเรียน Textbook เป็นฐานการเรียนรู้ Learning Based หรือ จะใช้แหล่งความรู้ Knowledge sources อื่นๆที่มีค่าเท่าเทียมกันก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : ครู eduzones